คนขี้เกียจ กะ คนขยัน 
          กาลครั้งหนึ่ง มีชายสองสหายเป็นเพื่อนรักกัน แต่ทั้งสองมีนิสัยแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงคนแรกมีนิสัย ช่างสังเกต อยากรู้อยากเห็น ขยันและอดทนส่วนคนที่สอง เกียจคร้าน ชอนนอน นอนได้ทั้งวัน วันๆนึงไม่ทำอะไรเอาแต่นอน ทั้งสองกำพร้า เลยอยู่ด้วยกันเป็นเพื่อนรักกันมาก คนขี้เกียจ ปล่อยให้เพื่อนหาเลี้ยงตัวเอง ไม่ช่วยเหลือเพื่อนแม้แต่น้อย จนมาวันนึง ทั้งสองจึงชวนกันไปแสวงหาโชค ในแดนไกล.....เดินทางกลางทะเลทราย.......ทันใดนั้น สองสหายก็เดินไปเจอกับ กระสอบข้าวสาร(ไม่รู้ใครทำหล่นไว้) ชายคนแรกจึงเข้าไปแบกเอากระสอบข้าวสาร โดยชวนให้เพื่อนช่วยแบกด้วย แรกๆชายขี้เกียจไม่ยอมแบก ....ชายคนแรกจึงว่า เรามาแสวงโชคกัน..ดีกว่าไม่ได้อะไรเลยนะ เอาไปเถอะ เผื่อจะได้ใช้ประทังชีวิตคนขี้เกียจ ....ไม่ว่ากระไร ...จึงเข้าไปแบกด้วย.....ตกลงได้ข้าวคนละกระสอบเดินทางไปสักพัก ไปเจอ กับ โซ่กองโต ชายคนที่สองถึงกับตาลุกวาว...รีบทิ้งกระสอบข้าวสารทันที ชายคนแรกทักท้วงเพื่อน แต่เพื่อนกลับตอบว่าเฮ่ย...เอ็งแบกไปเถอะกระสอบข้าวสารน่ะ หนักก็หนัก ข้าถือโซ่ไปบางส่วนจะดีกว่าเบากว่าอีก.... ชายคนแรกจึงไม่กล่าวอะไรอีก เดินทางไปได้สักพัก .....เขาทั้งสองได้พบกับทองคำแท่ง กองโตแต่ไม่เท่าโซ่ที่ชายขี้เกียจเอามาทั้งสองไม่รู้ว่าเป็นของมีค่าอะไร ......จากการที่ชายคนแรก เป็นคนชอบใฝ่หาความรู้ใส่ตัว จึงรู้ว่าต้องเป็นของมีค่าอะไรสักอย่างแน่ๆ แต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไรเท่านั้นเอง....แน่นอนชายขี้เกียจย่อมไม่รู้ชายคนแรกพอเห็นเท่านั้นแหละเขาก็รีบทิ้งกระสอบข้าวสารทันทีตรงเข้าไปหอบเอาทองคำ ใส่ในถุงที่เขาเตรียมมา.....และบอกให้เพื่อนช่วยกันเก็บเอาทองคำ แต่เพื่อนของเขากลับเห็นว่าชายผู้นี้มีความโลเลเอาแน่นอนไม่ได้ ทนแบกข้าวสารมานาน .......ยังจะมาตะบะแตกกะอีแค่เจ้าก้อนสีเหลืองๆ เขาจึงไม่ยอมทิ้งโซ่ที่เขาเอามา และไม่ยอมช่วยเพื่อนเก็บทองด้วย เฮ่ย.....เอ็งน่ะโง่ ข้าวสารตั้งกระสอบยังทิ้งได้ ........มาเก็บเอาเจ้าก้อนเหลืองๆไปทำไม ไม่เห็นจะเยอะเท่าเจ้าสีเงินๆของข้าเลย..........ชายคนแรกไม่รู้จะว่าเพื่อนอย่างไร จึงก้มหน้าก้มตาเก็บเอาทองไปทั้งสองเดินทางมานานจนกระทั่งเดินมาถึงตัวเมือง.......ชายคนแรกจึงนำทองไปขายได้เงินมามากมาย ชายคนที่สองนำโซ่ไปขายเช่นกัน แต่แทบจะไม่มีใครรับซื้อ จนตาแป๊ะแก่ๆ คนนึงมาสะกิด ว่าจะแลกโซ่กับ ขนมแกหรือไม่ ชายคนที่สองจนปัญญา โทษตัวเอง ร้องไห้ฟูมฟาย ชายคนแรกสงสารเพื่อน จึงบอกเพื่อนว่า ...ข้าก็ไม่รู้ว่ามันเป็นของล้ำค่าขนาดนี้ ส่วนเอ็งก็ไม่รู้ว่ามันเป็นของไร้ค่าเรื่องแบบนี้มันขึ้นกับดวงชะตาเรา .......แต่เราสองคนไม่ว่าใครจะโชคดีหรือร้าย เราก็ยังเป็นเพื่อนกัน เราต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ..ไม่เป็นไรข้าจะไม่ทิ้งเอ็งแน่นอนข้าจะแบ่งเงินให้เอ็ง แล้วให้เอ็งเอาไปลงทุนทำมาหากินนะ .......จากนั้นชายขี้เกียจก็กลายเป็นคนละคนเขาตั้งใจทำงาน ....เมื่อได้เงินมามากมาย เขาจึงนำเงินส่วนที่ได้จากเพื่อนเขา ไปคืน ......และแล้วมิตรภาพของคน2 คนก็สืบทอดมายังรุ่นลูกรุ่นหลาน.......
     ....หากเราเป็นคนขยัน เราก็จะต้องฉลาดด้วย ขยันแบบฉลาดๆ ไม่ใช่ทั้งขี้เกียจทั้งโง่...เพราะว่าสมัยนี้ ....มันไม่เหมือนกับสมัยก่อน.....ฉะนั้นเราต้องศึกษาหาความรู้ให้มากๆ.............แต่เราจะต้องไม่ลืมที่จะเอื้ออาทรแก่มิตรของเราเราไม่สามารถอยู่ในสังคมได้เพียงลำพัง...
                                                                   





ความคิดเห็น